สมมติเปิดไพ่ Player เป็น 9 โพแดงกับ 9 ดอกจิก ส่วน Banker ได้ 5 กับ 4 ถ้ามองแต่คู่เก้าอาจเผลออ่านว่า Player มี 18 แต้ม ในบาคาร่าแบบปุนโตบังโก ผลรวมสิบขึ้นไปใช้เฉพาะหลักหน่วย จอของสองฝั่งจึงแสดง Player 8 และ Banker 9
ตรวจผลในมือที่เห็น
- ฝั่ง Player รวม 9 + 9 ได้ 18 จดเลข 8 ลงช่องแต้ม
- ฝั่ง Banker รวม 5 + 4 ได้ 9 จดเลข 9 ลงช่องอีกฝั่ง
- ทั้งสองฝั่งได้แปดหรือเก้าจากสองใบแรก การแจกจบตรงนั้น เมื่อนำแต้มมาเทียบกัน Banker ชนะด้วย 9 ต่อ 8
คำว่า “คู่” บอกว่าไพ่สองใบมีหน้าเหมือนกัน ส่วนคำว่าเนเชอรัลบอกทั้งจำนวนแต้มและจังหวะที่ได้แต้ม มือนี้ของ Player จึงเป็นทั้งคู่เก้าและเนเชอรัลแปด หากกำลังอ่านผลหลักของโต๊ะ ให้เทียบแต้มสุดท้ายของสองฝั่ง
เปลี่ยน 4 เป็น Q แล้วเกิดอะไรขึ้น
เก็บไพ่ Player ไว้ตามเดิม แต่เปลี่ยนมือ Banker เป็น 5 กับ Q ไพ่ Q มีค่าศูนย์จึงเหลือ 5 แต้ม แม้ผลฝั่ง Banker จะเปลี่ยน การแจกยังหยุดทันที เพราะ Player ได้เนเชอรัล 8 จากสองใบแรก คราวนี้ Player เป็นฝ่ายชนะ
เลข 8 หลังใบที่สามต่างกันตรงไหน
ลองอีกมือให้ Player เปิด 2 กับ 3 และ Banker เปิด 4 กับ 3 รอบนี้ยังไม่มีเนเชอรัล Player เริ่มที่ 5 จึงจั่วอีกใบ สมมติได้ 3 จึงจบที่ 8 ส่วน Banker มี 7 และหยุด ผลสุดท้าย Player ชนะ 8 ต่อ 7 หากจดเฉพาะเลข 8 จะไม่รู้ว่าเกิดจากไพ่กี่ใบ เวลาทวนประวัติให้ดูแถวไพ่พร้อมตัวเลขผลรวม
ทบทวนวิธีนับค่าไพ่แต่ละหน้า และอ่านกติกาเนเชอรัลและตารางจั่วจาก The Venetian